กระทู้หมายเลข:03520 


หัวข้อ:   ได้ หินอุกาบาต มาครับ ช่วยดูให้หน่อยครับ  
หมวด: ดาราศาสตร์

 
จำนวนผู้ชอบ: 2434         จำนวนผู้อ่าน: 3712  

Post By:cyberlag
Date:15 กย. 52
Time:08:16
 

Score:961



ข้อความ:
สวัสดีรับ

ผมเป็นแฟนเวบนี้มานานครับ แต่ไม่ได้โพสความเห็นซักทีครับ

เข้าเรื่องเลยนะครับ คือผมได้รับ หินอุกาบาตมาครับ เป็นเป็นหินสีดำคล้ายรูป หยดน้ำครับ
น้ำหนักเบา ลองเอาแม่เหล็กมา ดูดก็ไม่ติด ลองเอาไปลอยในน้ำ ก็ไม่ลอยครับ

แล้วมีคนเอาไป หลอมไฟ ทำเป็นเม็ด เหมือน ขนม ก็มีครับ

อยากทราบว่า มันเป็นหินอุกาบาตจริงไหมครับ
หรือว่ามันเป็นวัสดุอะไรครับ

เรื่องรูปเดียวจะทำลิงค์ให้นะครับ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ



 
 

              มีผู้ตอบกระทู้แล้วทั้งสิ้น: 17  คำตอบ

     

Post By: siriran
Date: 15 กย. 52
Time: 08:59
 
 

Score: 750

 
  คำตอบที่:1
ดูจากรูปเล็ก ก็อาจจะใช่ครับ....





Post By: วิภู
Date: 15 กย. 52
Time: 14:46
 
 

Score: 1822

 
  คำตอบที่:2
คือ เต็กไตต์ ครับ เป็นแก้วชนิดหนึ่ง

นักวิชาการยังเถียงกันไม่จบว่าตกลงคืออะไรแน่ แต่ทฤษฏีที่น่าเชื่อถือคือมันเป็นซิลิเกต (ทราย) ตามผิวโลกที่ถูกอุกกาบาตพุ่งชนอย่างแรงจนหลอมเหลวและกระเด็นขึ้นไปในอากาศแล้วตกกลับลงมาครับ ตอนที่ตกกลับลงมานี้ก็เย็นตัวลงในบรรยากาศโลก ทำให้ลักษณะเป็นหยดน้ำ ลูกกลม หรือลักษณะที่น่าจะเป็นของเหลวร้อนวิ่งตกผ่านอากาศมา


เว็บไซด์ที่เกี่ยวข้อง: http://en.wikipedia.org/wiki/Tektite


Post By: วิภู
Date: 15 กย. 52
Time: 14:51
 
 

Score: 1823

 
  คำตอบที่:3
ในโลกมีบริเวณที่มีเต็กไตต์อยู่ไม่กี่แห่ง คาดว่าที่เหล่านี้ต้องอยู่ไม่ไกลจากแหล่งอุกกาบาตใหญ่ตกในช่วงหลายพันล้านปีก่อน






Post By: วิภู
Date: 15 กย. 52
Time: 14:52
 
 

Score: 1824

 
  คำตอบที่:4
ถามว่าตกลงใช่ "อุกกาบาต" ไหม มันก็แล้วแต่ว่าเราจะนิยามอุกกาบาตว่ายังไง ผมว่า "ใช่" แล้วกันครับ





Post By: cyberlag
Date: 15 กย. 52
Time: 19:43
 
 

Score: 2

 
  คำตอบที่:5
สวัสดีครับ

ขอโทษด้วยที่เข้ามาตอบช้าครับ ผมถ่ายรูปมาให้ดูแล้วครับ
ถ่ายมาหลายมุมครับ

http://upic.me/i/vg/dsc_0697.jpg
http://upic.me/i/zt/dsc_0698.jpg

สองรูปก่อนครับ เดียวมาอัพต่อครับ





Post By: cyberlag
Date: 15 กย. 52
Time: 20:33
 
 

Score: 3

 
  คำตอบที่:6
อัพรูปต่อครับ
http://upic.me/i/6r/dsc_0699.jpg
http://upic.me/i/zr/dsc_0700.jpg
http://upic.me/i/zb/dsc_0701.jpg
http://upic.me/i/4q/dsc_0702.jpg

รูปทั้งหมดก็มีเท่านี้ครับ ขอบคุณ อ.วิภูด้วยนะครับที่ช้วยตอบคำถาม

ถามเพิ่มนิดนึงครับ
แล้วถ้ามีคนถามเราจะบอกว่ามันเป็น อุกาบาต ได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ไหมครับ อยากได้ข้อมูลเยอะๆครับ
วันนี้ก็ไปเห็นแบบ แท่ง ยาวๆ กับแบบ จานประกบกัน ยังไม่ได้ถ่ายมาให้ดูครับ ได้มาแต่แบบจานประกบกันครับ
ขอบคุณครับผม

ปล.ได้อ่านหนังสือ อ.วิภูแล้วครับ gogenius เป็นหนังสือที่ดีเลยครับ ช่วยนี้มีสอบแข่งขันกันด้วย ผมเลยซื้อของเดือนที่แล้วด้วยเลย เอามาให้เด็กๆอ่านกันครับ





Post By: วิภู
Date: 16 กย. 52
Time: 11:07
 
 

Score: 1825

 
  คำตอบที่:7
ขอบคุณครับคุณ cyberlag รู้่สึกว่าเดือนที่แล้วจะเป็นเรื่องนักดาราศาสตร์หนีฝนหรือเปล่านะครับ

อันนี้เป็นข้อสัณนิษฐานเรื่องการเกิดเต็กไตต์ครับ



ในโมเดลนี้เขาคาดกันว่าถ้าตรงด้านซ้ายสุดคือตรงที่อุกกาบาตลงแล้วทรายหลอมเหลวกระเด็นขึ้นไปในอากาศ ไปตกที่ระยะต่างๆ กันไปก็จะกลายเป็นเต็กไตต์คนละรูปร่าง

ไล่จากซ้ายไปขวานะครับ

สมมติว่ามันตกใกล้ๆ ก็จะตกในขณะที่แก้วยังหนืดๆ อยู่ ทำให้มันตกแผละออกมาเป็นรูปจานๆ

ถ้ากระเด็นไปไกลหน่อยมันก็จะเย็นตัวลงทำให้หนืดมากขึ้นหน่อย เมื่อตกลงพื้นก็จะไม่เปลี่ยนรูปไปมาก (plastically deformed หมายถึง เบี้ยวไปแบบเรางอตังเม ไม่ได้หัก)

ถ้าไปไกลอีกหน่อยผิวนอกก็จะเริ่มเย็นตัว ถ้าเย็นตัวไปมากก็จะเริ่มมีรอยแตก เพราะข้างนอกมันเย็นตัวลงเร็วกว่าข้างในมาก

แต่ถ้าเป็นพวกที่กระเด็นไปไกลจริงๆ รูปร่างจะประหลาดมาก อย่างเช่นรูปข้างล่าง เพราะอาจจะต้องกระเด็นไปเกือบถึงชั้นอวกาศแล้วตกกลับลงมาใหม่ ทำให้เกิดการเผาไหม้จนเป็นรูปโค้งไปด้านนึง คล้ายๆ เวลายานอวกาศตกกลับมายังโลกแล้วร้อนจนแทบละลาย








Post By: วิภู
Date: 16 กย. 52
Time: 11:18
 
 

Score: 1826

 
  คำตอบที่:8
ผมเคยมีอุกกาบาตเหล็กอยู่ลูกหนึ่งหนัก 3 ก.ก. ครับ มาจากแหล่งอุกกาบาตในอาร์เจนตินา แต่ตั้งไปได้สักพักก็รู้สึกว่ามันไปอยู่ที่อื่นจะมีประโยชน์กว่า ก็เลยไปบริจาคที่พิพิธภัณฑ์สถานธรรมชาติวิทยา ที่ตึกชีวะ คณะวิทยา จุฬา ครับ ตอนนี้อุกกาบาตก้อนนั้นตั้งอยู่ในตู้แสดงเกือบหน้าสุด เดินตรงเข้าไปก็จะเจอก้อนนี้เลยครับ



อีกตัวอย่างที่ผมได้นำไปบริจาคไว้ แต่ไม่รู้ว่าเขาได้จัดแสดงหรือยัง คือ อุกกาบาตเหล็กที่ได้นำมาตัดเป็นแผ่นบางๆ ให้เห็นผลึกของเหล็กข้างใน เรียกว่า วิตแมนสตาเทนแพทเทิร์น (Widmanstätten pattern) ที่ผลึกมันใหญ่มากนี้เป็นเพราะในอวกาศโลหะเหลวมีเวลาเย็นตัวนานเป็นร้อยล้านปี จึงมีโครงร่างผลึกออกมาสวยงาม

อันนี้ไม่ใช่รูปของผมนะครับ ที่ชิ้นที่บริจาคไว้ที่พิพิธภัณฑ์ก็จะเห็นโครงร่างลักษณะนี้เหมือนกันครับ (แต่ชิ้นเล็กกว่ามาก)






Post By: siriran
Date: 16 กย. 52
Time: 22:28
 
 

Score: 751

 
  คำตอบที่:9
ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก อ.วิภู มากครับ.....
ทำให้ได้คิดว่า ปกติ อุกาบาต ตกลงมา ไม่น่าจะเหลือเป็นรูป หยดน้ำ
เพราะ แรงกระแทก กับพื้นดิน น่าจะเปลี่ยนรูปร่าง

ส่วนวิธีการ พิสูจน์ คงต้อง ในห้อง LAB อย่างเดียวเท่านั้น
ยกเว้น เจอผู้ชำนาญการมาชี้ชัดครับ....
ผมมีภาพ 1 ภาพ ขอค้นภาพก่อน เพื่อเอามาถาม ด้วยคน นะครับ....
ขอบคุณครับ





Post By: Europa
Date: 18 กย. 52
Time: 09:52
 
 

Score: 1665

 
  คำตอบที่:10
เพิ่งอ่านนิยายของ Dan Brown เรื่อง Deception Point จบไปเมื่อวันก่อน รู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้าง แต่มันมากครับ อ่านแล้ววางไม่ลงจริงๆ เกี่ยวกับหินอุกกาบาตด้วย เป็นคนเดียวกับที่แต่ง Davinci Code และ Angels and Demons





Post By: cyberlag
Date: 18 กย. 52
Time: 22:16
 
 

Score: 5

 
  คำตอบที่:11
ขอบคุณ อ.วิภูมากนะครับผม ได้หายข้องใจมากๆเลยครับ

ผมได้ติดตามอ่านที่นี่มา นานหลายปีแล้วครับ ตั้งแต่ board ยังคึกคัก มีการโพสเยอะๆ จนตอนนี้การงานแต่ละท่านคงเยอะมากๆ ประกอบกับหน้าฝนด้วยครับ ที่นี่จึงอาจดูเงียบเหงาไปบ้าง
ส่วนตัวผมก็ใฝ่ฝันมานานแล้วครับว่าอยากมี กล้องดูดาวดีๆซักตัวนึง ประมาณ 2 ปีที่แล้ว (ไม่แน่ใจเรื่องเวลาเท่าไหร่ครับ) ผมได้สั่งซื้อกล้องคุณ siriran มา เป็นกล้องตัวแรกเลยครับ ตื่นเต้นมาก ตอนนั้นก็ไม่รู้เรื่องมากก็มีแต่ ทฤษฏี ที่อ่านเอาจากเวบ หรือจากหนังสือดูดาวต่างๆ ของไทย ของ ฝรั่ง แต่ภาษาไม่แม่น ก็เดาๆเอาครับ จนได้ซื้อ dictionary เกี่ยวกับศัพท์ดูดาวมาแต่เป็น ภาษาอังกฤษ ครับก็พอจะเข้าใจแบบ งูๆปลาๆ ขึ้นมาอีก จากนั้นก็ซื้อเลเซอร์ชี้ดาว เข็มทิศ ไปท้องฟ้าจำลอง ซื้อหนังสือที่ท้องฟ้าจำลองมาอ่าน ซื้อทุกอย่างที่ราคาไม่แพงครับ อิอิ
ฝึกวัดมุม จนการวัดมุม สามารถเอามาใช้ติดตั้งจานดาวเทียมเองได้ ประโยชน์ทางอ้อมครับ^_^ อีกหลายๆอย่าง
ครับ

แต่การอ่านอย่างเดียวจำได้ไม่หมดครับ ก่อนหน้าที่จะได้ซื้อกล้องมา ผมก็ได้โปรแกรมดูดาวมาครับ starry night 6.0.2 ถ้าอาจารย์ท่านใดอยากได้โปรแกรมนี้ก็พร้อมจะส่งให้นะครับ (แต่คิดว่าคงมีกันทุกท่านแล้วครับตอนนี้มี 6.0.6)
ก็อาศัยดูจากคอมพ์ แล้วก็ส่องกล้องเอาถึงจะพอหาดาวเจอครับ ^_^ เห็นดาวเสาร์ ด้วยตัวเอง เรียกคนในบ้านมาดูกันใหญ่เลยครับ เห็นดาวพฤหัสบดี เห็น ดวงจันทร์บริวาณ ตื่นเต้นครับ มีความสุขมาก ได้ส่องหา m42 มองเห็นแค่เป็นคราบดำๆ แต่ก็พอรู้ว่าใช่ครับ ผมชอบถ่ายรูปครับ แต่สิ่งที่ชอบมากที่สุดของการถ่ายรูปก็คือการถ่ายออกไปนอกโลกครับ ^_^ แต่ยังไม่มีโอกาสครับ คงอีกนาน ประมาณไม่เกิน 4-5 ปี ผมคงเก็บเงินซื้อกล้องได้มั้งครับ อิอิ อยากได้ mead ครับ ตลอดเวลา เป็นปีๆมานี่เห็น กลุ่มของ ดาราศาสตร์.com ทำกิจกรรม ผมก็ได้ติดตามผ่านเวบครับ อยากไปร่วมบ้าง จะจดไปถามเลยครับ อิอิ แต่โอกาสยังไม่เป็นของผมครับ ^_^ รอๆ เดียวคงได้ไปบ้าง ถ้า พี่ๆ คุณอา ทั้งหลายยัง มีเวลา มีพลัง มารวมกลุ่มกันอีกเรื่อยๆ ผมก็คงได้ไปคาราวะครับ
เพราะจากการได้ติดตาม มานาน ยังไม่ค่อยเห็นคนรุ่นใหม่ๆ มาจริงจังด้านนี้มากๆเลยครับ ที่เห็น ก็มีคุณ siriran นี่แหละครับที่เห็นความพยายามตั้งใจดี รุ่นเด็กกว่าๆ นั้นก็มีครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ

สุดท้ายขอขอบคุณ อ.วิภู แล้วทุกท่านมากๆเลยนะครับ ที่สื่อสารกันในเวบแห่งนี้ เพราะการสื่อสารของทุกท่านทำให้คนอีกหลายๆ คนได้มีความรู้ไปด้วย ได้เห็น อะไรต่างๆ ไปด้วย ได้มีจินตนาการไปด้วย ขอบคุณมากๆครับ


ทุกวันนี้ เป็นอะไรไม่รู้ต้องมองฟ้าทุกวันครับ ^_^





Post By: Bill
Date: 18 กย. 52
Time: 23:11
 
 

Score: 111

 
  คำตอบที่:12
ฮึกๆ~ เขียนได้ซึ้งดีจังเลยครับ TToTT

ขอบคุณ คุณวิภูมากๆเลยครับ ได้ความรู้เอาไปเล่าให้พ่อผมฟัง อิอิ






Post By: siriran
Date: 22 กย. 52
Time: 11:18
 
 

Score: 752

 
  คำตอบที่:13
อ่า...ขอบคุณมากครับ.....มีอะไรให้ผมช่วย ก็ยินดีนะครับ......





Post By: siriran
Date: 25 กย. 52
Time: 11:14
 
 

Score: 754

 
  คำตอบที่:14
หาภาพพบแล้ว นะครับ.....รบกวน ลองช่วยดูหน่อยครับ....
ขนาด ยาวประมาณ 4นิ้ว เส้นผ่านศูนย์กลาง 2นิ้ว
จากเท่าที่ผม สังเกต น่าจะเป็น เหล็ก แหล่งที่พบ อยู่ใกล้แม่น้ำโขง
หากเป็นอุกกาบาตจริง ลูกนี้ อาจตกลงไปในน้ำโขง แล้วเกิดการ หดตัวอย่างรวดเร็ว.....
แต่ก็อาจจะทำขึ้นมาได้ จากการหลอมเหล็ก ให้ร้อน แล้วจุ่มน้ำ

ผมก็ไม่มีความรู้ รบกวน ท่านอื่นๆ ช่วยดูให้ด้วยครับ....
จริงไม่จริงอย่างไร บอกกันตรงๆได้ครับ เนื่องจาก เจ้าของอยากรู้ว่า ของจริงรึเปล่า ครับ....
ขอบคุณครับ....


รูปภาพ:





Post By: siriran
Date: 25 กย. 52
Time: 11:14
 
 

Score: 755

 
  คำตอบที่:15
ภาพที่ 2 ครับ


รูปภาพ:





Post By: siriran
Date: 25 กย. 52
Time: 11:15
 
 

Score: 756

 
  คำตอบที่:16
ภาพที่ 3 ครับ


รูปภาพ:





Post By: วิภู
Date: 28 กย. 52
Time: 15:37
 
 

Score: 1831

 
  คำตอบที่:17
อันนี้ตอบยากครับ เพราะหน้าตามันไม่เหมือนอุกกาบาตทั่วไป แต่อุกกาบาตนั้นก็มีลักษณะหลายรูปแบบมากมายและบางทีเราก็เจอหน้าตาแปลกๆ ที่ไม่เคยเจออยู่เรื่อยๆ

กรณีนี้คงต้องตรวจสอบแหล่งที่มาและส่งให้ผู้เชี่ยวชา่ญตรวจอีกทีครับ ส่วนตัวผมคิดว่ามีโอกาสสูงกว่าที่จะเป็นหินของโลกครับ





 
  


<<<-- หมายเหตุ: กระทู้นี้เป็นกระทู้เก่านานเกิน 6 เดือน สามารถใช้อ่านได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น -- >>>